1. การอนุมัติ (ฮาลาล) และการห้าม (ฮารอม) เป็นสิทธิของอัลลอฮ์เท่านั้นพระองค์มีสิทธิอนุมัติหรือห้ามสิ่งใด โดยผ่านคัมภีร์ของพระองค์และ ผ่านคำสอนของท่านศาสดามุฮัมหมัด บรรดานักกฎหมายอิสลามได้อธิบาย สิ่งที่อัลลอฮ์ได้กำหนดว่าสิ่งใดฮาลาล หรือฮารอม ด้วยข้อความในคัมภีร์อัล-กุรอานตอนหนึ่งว่า :
“และจงอย่ากล่าวตามที่ลิ้นของสูเจ้าอ้างมุสาว่า
นี่เป็นสิ่งอนุมัติ (ฮาลาล) และนี่เป็นสิ่งต้องห้าม (ฮารอม)
เพื่อสูเจ้าจะมุสาต่ออัลลอฮ์ แท้จริงบรรดาผู้มุลาต่ออัลลอฮ์จะไม่ได้รับความสำเร็จ” (อันนะฮ์ลุ : 116)
2. การห้ามสิ่งต่างๆ นั้น เนื่องมาจากความไม่บริสุทธิ์และการเป็นอันตรายของมัน อิสลามห้ามสิ่งต่างๆ ก็เพราะว่ามันไม่บริสุทธิ์และมีพิษภัย สิ่งใดที่เป็นอันตราย สิ่งนั้นก็ฮารอม แต่สิ่งใดเป็นประโยชน์ สิ่งนั้นก็ฮาลาล ถ้าหาก สิ่งใดมีพิษภัยหรืออันตรายมากกว่าประโยชน์ สิ่งนั้นก็ฮารอม
3. สิ่งที่อาลาลนั้นเป็นที่เพียงพอสำหรับความจำเป็น แต่สิ่งที่อารอมนั้นเป็นสิ่งที่เกินความต้องการ อิสลามจะห้ามแต่เพียงสิ่งที่ไม่จำเป็น แต่ในขณะเดียวกัน อิสลามได้จัดเตรียมหนทางที่ดีกว่าและสะดวกง่ายดายกว่าให้แก่มนุษย์ เพราะ อัลลอฮ์มิได้ทรงปรารถนาที่จะสร้างความยุ่งยากให้แก่การดำรงชีวิตของมนุษย์แต่พระองค์ทรงประสงค์ความง่าย ความดี ทางนำและความเมตตาสำหรับมนุษย์
4. อะไรก็ตามที่นำไปสู่สิ่งฮารอม สิ่งนั้นก็ฮารอมด้วยตัวของมันเอง อิสลามถือว่า สิ่งใดเป็นที่ต้องห้าม (ฮารอม) แล้ว อะไรก็ตามที่จะนำไปสู่สิ่งนั้น ก็เป็นที่ต้องห้าม ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้เพราะอิสลามต้องการปิดหนทางทั้งหมดที่จะนำไปสู่สิ่งฮารอมเช่น การดื่มสิ่งมืนเมา ท่านศาสตามุฮัมหมัด ไม่เพียงแต่ประณามผู้ดื่มเท่านั้นแต่ยังได้ประณามผู้ผลิต ผู้ให้บริการและผู้เกี่ยวข้องด้วย หรือในกรณีห้ามเรื่องดอกเบี้ย ท่านศาสดาไม่เพียงแต่ประณามผู้รับเท่านั้น แต่ยังได้ประณามผู้จ่าย ผู้เขียนสัญญา และผู้เป็นพยานด้วย ดังนั้น อะไรก็ตามที่มีส่วนช่วยในการทำสิ่งยารอม สิ่งนั้นก็ฮารอมด้วย และใครก็ตามที่ช่วยผู้อื่นในเรื่องนี้ก็จะต้องมีส่วนรับบาปด้วย
5. ไม่อนุญาตให้เอาสิ่งฮารอมมาเป็นของฮาลาล การเรียกสิ่งที่ฮารอมว่าเป็นสิ่งฮาลาลโดยการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในขณะที่เนื้อแท้ดั้งเดิมของมันยังคงอยู่ นั่นเป็นวิธีการหลอกลวงที่สกปรก ทั้งนี้เพราะการเปลี่ยนแปลงชื่อหรือรูปแบบนั้น ไม่มีผลประการใดตราบที่เนื้อแท้ของมันยังไม่เปลี่ยนแปลง
"คนกลุ่มหนึ่งจะทำให้การดื่มสิ่งมืนเมาของประชาชนเป็นที่ฮาลาลโดยการให้ชื่อมันเป็นอย่างอื่น" (รายงาน โดยอะหมัด)
และ “เวลาหนึ่งจะมาถึง เมื่อประชาชนกินดอกเบี้ยแล้วเรียกมันว่า ”การค้า“
(รายงานโดยบุคอรี และมุสลิม)
6. เจตนาดีมิได้ทำให้สิ่งฮารอมเป็นที่ยอมรับได้ อิสลามให้ความสำคัญในเรื่องความมีเกียรติของความรู้สึก เป้าหมายและความตั้งใจที่บริสุทธิ์ กิจวัตรประจำวันและกิจการทางโลกจะต้องแปรสภาพเป็นการแสดงความเคารพภักดีและเสียสละเพื่ออัลลอฮ์ด้วยเจตนาที่ดี ดังนั้น ถ้าหากใครบริโภคอาหารโดยมีเจตนาเพื่อยังชีพและเพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่ร่างกายเพื่อที่จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ ที่มีต่อพระผู้สร้างของเขาและแก่มนุษย์แล้ว การกินการดื่มของเขาก็ถือว่าเป็นการแสดงความเคารพภักดีและการเสียสละต่ออัลลอฮ์
7.สิ่งที่ฮารอมเป็นที่ต้องห้ามสำหรับทุกคน ตามกฎหมายอิสลาม (ชะรีอะฮ์)
กฎที่เกี่ยวกับสิ่งฮารอมจะถูกนำไปใช้อย่างสากล สิ่งใดที่อัลลอฮ์อนุมัติ (ฮาลาล)
ก็คือสิ่งที่ได้รับอนุมัติสำหรับมนุษยชาติ และสิ่งใดที่อัลลอฮ์ทรงห้าม (ฮารอม)
ก็เป็นที่ต้องห้ามสำหรับมนุษย์ทุกคน เพราะอัลลอฮ์เป็นพระเจ้าของมนุษย์ทุกคน
8. สิ่งใดที่สงสัยให้หลีกเลี่ยง เป็นความเมตตาของอัลลอฮ์ ต่อมนุษย์ชาติที่พระองค์มิทรงทิ้งให้มนุษย์อยู่ในความโง่เขลาเกี่ยวกับสิ่งที่ถูกอนุมัติ (ฮาลาล)และสิ่งที่ถูกห้าม (ฮารอม) เพราะพระองค์ได้ทรงทำให้มนุษย์ได้รู้อย่างชัดแจ้งว่า อะไรฮาลาล อะไรฮารอม
9. ความจำเป็นคือสิ่งกำหนดข้อยกเว้น แม้ว่าอิสลามจะเข้มงวดในสิ่งฮารอมแต่อิสลามก็มิได้ลืมความจำเป็นฉุกเฉินของชีวิต ในสถานการณ์ที่จำเป็น อิสลามได้อนุญาตให้มุสลิมกินอาหารที่ต้องห้ามได้ในจำนวนที่พอจะทำให้ตัวเองรอดพ้นจากความตาย
อัลลอฮ์ ได้กล่าวไว้ในกรณีข้อกำหนดอาหารต้องห้ามซึ่งได้แก่สัตว์ที่ตายเองเลือด และเนื้อสุกร ความว่า :
“ถ้าหากผู้ใดตกอยู่ในที่คับขัน มีใช่เจตนาชัดขึ้นและไม่ใช่ละเมิด ดังนันไม่มีบาปแก่เขาแท้จริง อัลลอฮ์เป็นผู้ทรงอภัย ผู้ทรงเมตตาเสมอ ”
(อัล-บะเกาะเราะฮ์ : 173)
เนื้อหา : จากหนังสือฮาลาลและฮารอมในอิสลาม ของเชคยูซุฟ อัลกอรดอวีย์